กีฬา ยูโด คืออะไร หรือต่อสู้กันแบบจริงจัง ?

ยูโด คืออะไร

ยูโด คืออะไร ศิลปะการต่อสู้ที่ไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นศาสตร์ที่ผสมผสาน ทั้งร่างกาย จิตใจ และปรัชญาการใช้ชีวิต จนทำให้หลายคนอยากรู้ว่า แท้จริงแล้วยูโด มีความหมายอย่างไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

  • ประวัติศาสตร์ของยูโด
  • กำเนิดยูโด มาจากใคร?
  • สไตล์การฝึกยูโด เป็นแบบไหน?

ทำความรู้จักกับ ประวัติ ยูโด

ประวัติยูโดเป็นเรื่องราว ของการผสมผสานระหว่าง ศิลปะการต่อสู้ แบบไม่ใช้อาวุธ แบบดั้งเดิม กับปรัชญาและวิถีชีวิต ยูโดเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยมีรากฐานมาจาก ยิวยิตสู ศิลปะการต่อสู้โบราณ ที่เน้นการใช้แรงคู่ต่อสู้กลับมาเป็นประโยชน์ แทนการปะทะตรงๆ

ในช่วงเริ่มต้น ยูโดถูกนำไปสอนในโรงเรียน และมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมทั้งสุขภาพ บุคลิกภาพที่แข็งแรง ต่อมา ยูโดได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนกลายเป็นหนึ่งในกีฬา ที่แข่งขันในระดับ โอลิมปิกตั้งแต่ปี 1964 และยังคงได้รับความนิยม จนถึงปัจจุบัน (4 ตุลาคม 2024) [1]

ใครคือ ผู้กำเนิดยูโด ?

จุดเริ่มต้นสำคัญของ ยูโดสมัยใหม่ หลังจากยุคเมจิที่ญี่ปุ่น มีการปฏิวัติทางวัฒนธรรม วิชายิวยิตสูแบบดั้งเดิม เริ่มเสื่อมความนิยม เนื่องจากเน้นการต่อสู้จริง ซึ่งไม่สอดคล้องกับการศึกษา และสังคมสมัยใหม่

คะโน จิโงะโร (Jigoro Kano) ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2403 เป็นผู้ที่มองเห็นศักยภาพของศิลปะการต่อสู้ เขาอพยพครอบครัวไปโตเกียว และเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ในสาขาปรัชญา เมื่อสำเร็จการศึกษา เขาได้คิดว่าการฝึก ยิวยิตสู ไม่ควรเป็นเพียงเรื่องการชกต่อย แต่ควรเป็น วิชาที่พัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ และความคิด

คะโนจึงได้คัดเลือก และปรับปรุงเทคนิค จากยูจุตสึหลายสำนัก โดยเน้นความปลอดภัย การควบคุมตนเอง และหลักปรัชญาที่เรียกว่า “หลักแห่งความเป็นจริง” หรือการใช้แรงอย่างมีเหตุผล ปรับตัวตามสถานการณ์ และเคารพคู่ต่อสู้ ซึ่งต่อมาเขาได้ตั้งชื่อศิลปะใหม่นี้ว่า ยูโด (Judo)

ที่มา: ประวัติยูโด (Judo) (6 มิถุนายน 2024) [2]

ความหมายที่แท้จริงของ กีฬายูโด คือ ?

ความหมายของยูโด จริงๆ มาจากภาษาญี่ปุ่น แบ่งเป็นสองคำคือ “จู” (柔) แปลว่า อ่อนนุ่ม, ยืดหยุ่น, ปรับตัวได้ และ “โด” (道) แปลว่า ทาง, เส้นทาง, วิถีชีวิต ดังนั้น ยูโด จึงหมายถึง วิถีแห่งความยืดหยุ่น

หรือ เส้นทางแห่งการปรับตัวไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่เป็นการฝึกฝนตัวเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ ให้สามารถเผชิญกับอุปสรรค ใช้ความคิด เทคนิคแทนแรงตรงๆ และยังสอนเรื่องวินัย ความเคารพ การอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสมดุล

การเล่นยูโด แฝงจิตวิทยาอะไรไว้ ?

ยูโด คืออะไร

การเล่นยูโด ไม่ใช่เพียงการใช้กำลัง หรือทักษะทางร่างกาย แต่เป็นการฝึก จิตวิทยา ปรัชญาแฝงอยู่ในทุกท่วงท่า การฝึกช่วยให้ผู้เล่น พัฒนาทั้งสมาธิ อารมณ์ และความสามารถ ในการวิเคราะห์สถานการณ์ อย่างชาญฉลาด

หลักจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในยูโด ได้แก่ การอ่านคู่ต่อสู้ เพื่อคาดเดาการเคลื่อนไหวและวางกลยุทธ์, การควบคุมอารมณ์ ไม่ตื่นตระหนก และใช้สมาธิในการตัดสินใจ, การปรับตัว ใช้แรงของคู่ต่อสู้ แทนการปะทะตรงๆ และ การสร้างความมั่นใจ พร้อมความเคารพ ทั้งต่อตนเอง และคู่ต่อสู้

ยูโดมีสไตล์การฝึก แบบไหน ?

ยูโดมีสไตล์การฝึก ที่หลากหลาย ซึ่งขึ้นอยู่กับ จุดประสงค์ของผู้ฝึก และ แนวทางของสำนักหรือสถาบัน โดยสามารถแบ่งออก ได้หลายแบบ ดังนี้

  • ฝึกพื้นฐาน เน้นการเรียนรู้ท่าจับ การทรงตัว และการล้มอย่างปลอดภัย เพิ่มระยะเวลาเฉลี่ยของการฝึกต่อสัปดาห์ เช่น ผู้เริ่มต้นมักฝึกพื้นฐาน 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 60 – 90 นาที
  • ฝึกท่าโยน และท่านอนราบ/ล็อกคู่ต่อสู้ (Katame-waza) เป็นขั้นตอนแรก สำหรับผู้เริ่มต้น เริ่มจากท่าโยนหลัก 5 – 10 ท่า และท่าล็อกพื้นฐาน 3 – 5 ท่า (24 กันยายน 2024) [3]
  • ฝึกแบบคาตะ เป็นการฝึกตามแบบแผนท่า ที่กำหนดไว้ ช่วยให้เข้าใจหลักการ และปรัชญาของยูโด ใช้ในการสอบสาย การแข่งขันเชิงทักษะ ยูโดมีคาตะหลัก 10 ชุด สำหรับผู้เริ่มต้นถึงระดับกลาง
  • ฝึกแบบรันโดริ การซ้อมจริงกับคู่ฝึก แบบกึ่งแข่งขัน เปิดโอกาสให้ผู้ฝึก ได้ใช้เทคนิคที่เรียนมา ในสถานการณ์จริง เน้นการตอบสนอง การหาจังหวะ และการพลิกแพลง
  • ฝึกเพื่อการแข่งขัน  เตรียมความพร้อม สำหรับการแข่งขันยูโดจริง ฝึกกฎ กติกา และทำคะแนน เพิ่มสมรรถภาพร่างกาย เช่น ความแข็งแรง ความเร็ว ความอึด

ฝึกอยู่โดเป็นชีวิตประจำวัน ดีต่อร่างกายอย่างไร ?

  • เสริมสร้างความแข็งแรง การฝึกท่าโยน ท่าล้ม และล็อกคู่ต่อสู้ ช่วยใช้กล้ามเนื้อหลายส่วน ทั้งแขน ขา ลำตัว และหลัง ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
  • เพิ่มความยืดหยุ่น และการทรงตัว การฝึกล้ม หมุนตัวบ่อยๆ ช่วยให้ร่างกายยืดหยุ่น ลดความเสี่ยงบาดเจ็บ พัฒนาการทรงตัวให้ดีขึ้น
  • ปรับสมรรถภาพหัวใจและปอด การฝึกรันโดริ หรือการซ้อมจริง ช่วยเพิ่มความอึด ความเร็ว ความทนทานของระบบหัวใจ หลอดเลือด
  • ควบคุมน้ำหนักและเผาผลาญพลังงาน การเคลื่อนไหวหลากหลาย และใช้แรงหลายส่วน ช่วยเผาผลาญแคลอรี ทำให้ควบคุมน้ำหนักได้ดี
  • ส่งเสริมสุขภาพกระดูกและข้อต่อ การล้มอย่างถูกวิธี และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก ข้อต่อ

ผลลัพธ์ที่ได้จาก ยูโด คืออะไร

สรุป ยูโด คืออะไร ปัจจุบัน ยูโดไม่เพียงเป็นกีฬาโอลิมปิก แต่ยังเป็นวิถีชีวิตที่สอนสมาธิ วินัย ความเคารพ และการพัฒนาตนเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ

ยูโดเหมาะกับใครบ้าง ?

ยูโดเหมาะกับทุกเพศทุกวัย เพราะมีการปรับระดับ ความหนักเบาตามวัย เพราะเน้นการใช้เทคนิค การทรงตัว และการใช้แรงของคู่ต่อสู้ แทนการใช้แรงอย่างเดียว ดังนั้น ผู้เริ่มต้น หรือผู้สูงอายุ ก็สามารถฝึกในระดับ ที่เหมาะสมกับร่างกายตนเองได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแรง ความเสี่ยงมากเกินไป

สถานฝึกยูโดที่มีชื่อเสียง อยู่ที่ไหน ?

ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ โคโดกัง (Kodokan Judo Institute) ก่อตั้งโดย จิกิโระ คาโนะ ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่นี่ถือเป็นศูนย์กลาง การเรียนการสอนและเผยแพร่ยูโดไปทั่วโลก มีระบบการฝึกมาตรฐาน ที่เป็นต้นแบบสากล

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง